เทคนิคขับขี่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

เทคนิคขับขี่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

 

การขับขี่บนท้องถนนในปัจจุบันที่คับคลั่งไปด้วยรถจึงทำให้การเดินทางของเราต้องมีการเตรีบมพร้อมอยู่เสมอๆไม่ว่าจะเดินทางในระยะใกล้ๆหรือการเดินทางไปที่ไกลๆล้วนแล้วแต่จะต้องใช้รถกันทั้งนั้น หากรถของเราเกิดปัญหาระหว่างทางจะทำให้รถคันอื่นๆที่วิ่งอยู่บนถนนกับเรานั้นเดือดร้อนไปด้วย การใช้รถใช้ถนนที่ดีนั้นควรที่จะเริ่มที่ตัวเราเองครับ วันนี้ Rodkraba.in.th มีเทคนิคขับขี่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน มาฝากกันครับ

การเตรียมรถก่อนเดินทาง

เทคนิคขับขี่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

ตรวจเช็คภายนอก

1. ยาง ตรวจความดันลมยาง ดอกยาง และรอยฉีกขาด ตรวจดูว่าขันแน่นดี แต่ก็ไม่แน่นจนเกินไปจนคลายออก
ไม่ได้ด้วยตัวเอง
2. รอยรั่วซึม ตรวจดูว่ามีร่องรอยน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ น้ำมันเบรค หรือ น้ำรั่วซึมจากใต้ท้องรถ
3. ยางปัดน้ำฝน ทดลองปัดดู
4. ไฟส่องสว่าง ตรวจดูไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเบรค ไฟเลี้ยวหรืออื่นๆรวมทั้งระดับไฟหน้าด้วยว่าเป็นปกติทั้ง

ตรวจเช็คภายใน

1. ยางอะไหล่และแม่แรง ตรวจเช็คลมยาง และให้แน่ใจว่าแม่แรงและด้ามขันใช้งานได้ตามปกติ
2. เข็มขัดนิรภัย ตรวจเช็คว่าหัวเข็มขัดสามารถลอ็คได้เรียบร้อย
3. แตร ให้แน่ใจว่าดังดี
4. แผงควบคุมและอุปกรณ์ ตรวจดูให้แน่ใจว่าทำงานเป็นปกติ และที่ปัดน้ำฝน ปัดได้เรียบร้อยสม่ำเสมอ
5. เบรก เช็คระยะฟรีขาเบรคอยู่ในค่ากำหนดหรือไม่
6. ฟิวส์สำรองที่เตรียมไว้ต้องมีขนาดค่ากระแสใช้ได้ตามที่กำหนดที่แผงฟิวส์ ตรวจใต้ฝากระโปรงหน้า
7. ระดับน้ำหล่อเย็น ควรจะมีอยู่ถึงระดับสูงสุดในถังพักสำรอง
8. หม้อน้ำและท่อยาง ควรดูว่าด้านหน้าหม้อน้ำหมดจดไม่มีเศษวัสดุ หรือใบไม้ติดอยู่ ดูท่อยางว่ามีรอยแยกเปื่อย มีรอยฉีกขาดหรือหลวม
9. สายพานขับต่างๆ ต้องไม่มีรอยแตก เลอะน้ำมันหล่อลื่น และความตึงสายพานอยู่ในค่ากำหนด
10.แบตเตอรี่และสายไฟ ตรวจดูและเติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับที่กำหนดดูเปลือกแบตเตอรี่ว่ามีร่องรอยเสียหายหรือไม่ ดูขั้วต่อและสายไฟว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่
11.ระดับน้ำมันเบรคและคลัชท์ ตรวจดูว่าระดับน้ำมันเบรคและคลัทช์อยู่ในระดับที่ถูกต้อง
12.ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง ตรวจดูว่าท่อน้ำมันมีการรั่ว หลุดหรือไม่

การเตรียมตัวเราก่อนเดินทาง

เทคนิคขับขี่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

ก่อนออกเดินทาง ไกล ควรนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ และไม่กินยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาแก้แพ้ (ซูลิดีน) เป็นต้น และศึกษาเส้นทางที่จะขับไปให้ดี และวางแผนเรียบร้อยแล้วว่าจะขับไปทางไหน ดูว่าบริเวณไหนมีปั๊ม ห้องน้ำ จุดพักรถ หรือทางโค้งทางชันบ้าง เป็นต้น ถ้าจะให้ดีควรมีเนวิเกเตอร์ หรือ GPS ติดรถไว้ในรถสักเครื่อง ไว้บอกเส้นทางเพื่อความสบายใจครับ

การขับขี่ในช่วงฝตก

เทคนิคขับขี่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

1. ยางและระบบเบรก สิ่งสำคัญต้องดูแลให้มั่นใจ ใครที่รู้ตัวว่ายางรถยนต์ที่เรากำลังขับอยู่ มีอายุการใช้งานมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ควรตรวจเช็คให้แน่ใจว่าเนื้อยางยังไม่เกิดการเสื่อมสภาพ เพราะหากตัวยางมีความยึดหยุ่นน้อยลง เมื่อมีการเบรกแรงๆ จะส่งผลให้การเกาะถนนลดลงและเกิดการลื่นไถลได้

2. ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจกต้องพร้อมเสมอ เพราะการขับรถในขณะฝนตกนั้นทัศนวิสัยคือสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกหนัก หากระบบปัดน้ำฝนไม่ดี อาจทำให้การขับขี่ลำบากจนเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

3. ไฟสัญญาณรอบตัวรถ ส่องสว่างอย่างเหมาะสมหรือยัง เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุในช่วงหน้าฝน เราควรเช็คไฟสัญญาณต่างๆ รอบคันรถว่าสามารถทำงานได้อย่างครบถ้วนหรือไม่ด้วย โดยเฉพาะไฟหน้า และไฟที่จำเป็นอื่นๆ อาทิ ไฟต่ำ ไฟสูง ไฟเบรก ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง ไฟฉุกเฉิน ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ทุกหลอดล้วนสำคัญต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก

4. ขับช้าๆ ใจเย็นและมีสติเสมอในยามที่ฝนตกหนัก เมื่อดูแลรถยนต์ได้พร้อมแล้ว ปัจจัยสุดท้ายก็คือการขับขี่อย่างปลอดภัย

การขับรถในช่วงกลางคืน

เทคนิคขับขี่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน

1. ตัวแปรที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุตอนกลางคืน

อาจมาจากรถบรรทุกที่ขับเร็ว รถทัวร์ที่รีบเร่งทำเวลา จักรยานยนต์แข่งมาเป็นกลุ่มๆ คนขับที่เสพยาบ้า หรือดื่มสุรา และความไม่พร้อมของร่างกาย สภาพของเส้นทาง สภาพอากาศ ประสิทธิภาพของรถยนต์ที่คุณขับ ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟ ระบบช่วยขับ สติและความสามารถในการตัดสินใจที่รวดเร็ว ถูกต้อง จะช่วยทำให้คุณรอดปลอดภัยเมื่อขับรถตอนกลางคืน

2. ไฟสูง

ใช้สำหรับกระพริบแจ้งเตือนรถช้าที่แล่นอยู่เลนขวาเพื่อขอทางสำหรับแซง ใช้ส่องไปด้านหน้าเมื่อขับในเส้นทางที่มืดมิดเพื่อตรวจสอบสภาพทางข้างหน้า ให้สัญญาณแจ้งเตือนรถคันข้างหน้า ไม่ควรใช้ความเร็วสูงมากจนเกินไป ระยะของการเบรกให้รถหยุดสนิทที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องใช้ระยะทางมากถึง 80 เมตร ยิ่งมาเร็วเท่าไหร่ ระยะของการเบรกก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น

3. ระวังรถจอดเสียบริเวณไหล่ทาง

ต้องระวังอย่างมากโดยเฉพาะทางแบบเนินเขาขึ้น-ลง วกไปวนมา หรือทางโค้งที่เป็นมุมอับแสงจากไฟหน้าส่องไปไม่ถึง ส่วนใหญ่รถที่จอดเสียตามไหล่ทางมักไม่ชอบเปิดไฟสัญญาณฉุกเฉิน บางทีก็แค่เอากิ่งไม้มาวางซึ่งไม่ได้ช่วยให้ปลอดัยขึ้นเลยแม้แต่น้อย เปิดไฟสูงสลับไฟต่ำบ่อยๆ เพื่อสังเกตการณ์ด้านหน้า จะช่วยทำให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

4. ทิ้งช่วงให้ห่างจากรถคันข้างหน้า

จะช่วยทำให้คุณมีระยะมากพอสำหรับเบรก หากมีนักขับจี้ติดท้ายมา คุณก็ควรหลบให้เค้าแซงผ่านไป ไม่ควรขับแบบปิดช่องทางไม่ยอมให้แซง ข้อจำกัดของแสงไฟในรถคุณรวมถึงไฟเบรกของรถคันข้างหน้าที่อาจไม่ทำงานเมื่อตามใกล้จนเกินไป อาจทำให้คุณขับชนท้ายรถคันหน้าได้ง่ายๆ

5. ระวังการขับรถในเขตชุมชน

มอเตอร์ไซค์หรือรถท้องถิ่นอาจโผล่ออกมาตัดหน้าคุณได้ทุกเมื่อ เมื่อขับผ่านชุมชนในตอนกลางคืน ลดควาเร็วทุกครั้งที่วิ่งผ่านชุมชน

 


ที่มาhttp://www.shell.co.th